![]() |
|
|
|
#1
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์
เรื่องนี้ต้องรู้! วันที่ 5 พ.ย.เป็นวันตระหนักรู้ภัยสึนามิโลก เดลินิวส์ออนไลน์ ชวนทำความรู้จักวันตระหนักถึงภัยสึนามิโลก ว่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร และสาเหตุเกิดจากอะไร ห้ามพลาดจ้า ![]() คลื่นสึนามิ เป็นกลุ่มคลื่นน้ำที่เกิดขึ้นจากการย้ายที่ของปริมาตรน้ำก้อนใหญ่ คือ มหาสมุทรหรือทะเลสาบขนาดใหญ่ แผ่นดินไหว การปะทุของภูเขาไฟและการระเบิดใต้น้ำอื่น ๆ (รวมทั้งการจุดวัตถุระเบิดหรือวัตถุระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำ) ดินถล่ม ธารน้ำแข็งไถล อุกกาบาตตกและการรบกวนอื่น ไม่ว่าเหนือหรือใต้น้ำ ล้วนอาจก่อให้เกิดเป็นคลื่นสึนามิได้ทั้งสิ้น คลื่นสึนามิไม่เหมือนกับคลื่นทะเล (tidal wave) ตามปกติ เพราะมีความยาวคลื่นยาวกว่ามาก แทนที่จะเป็นคลื่นหัวแตก (breaking wave) ตามปกติ คลื่นสึนามิเริ่มแรกอาจดูเหมือนกับว่าคลื่นน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้ คลื่นสึนามิจึงมักเรียกว่าเป็นคลื่นยักษ์ โดยทั่วไป คลื่นสึนามิประกอบด้วยกลุ่มคลื่นซึ่งมีคาบเป็นนาทีหรืออาจมากถึงชั่วโมง มากันเรียกว่าเป็น "คลื่นขบวน" ความสูงของคลื่นหลายสิบเมตรนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากเหตุการณ์ขนาดใหญ่ แม้ผลกระทบของคลื่นสึนามินั้นจะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ชายฝั่ง แต่อำนาจทำลายล้างของมันสามารถมีได้ใหญ่หลวงและสามารถมีผลกระทบต่อทั้งแอ่งมหาสมุทร คลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ค.ศ. 2004 เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 230,000 คน ใน 14 ประเทศที่ติดกับมหาสมุทรอินเดีย สำหรับสาเหตุการเกิดสึนามิ คลื่นสึนามิเกิดขึ้นจากการกระทบกระเทือนที่ทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม หรืออุกกาบาตพุ่งชน เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลเกิดการเปลี่ยนรูปร่างอย่างกะทันหัน จะทำให้น้ำทะเลเกิดเคลื่อนตัวเพื่อปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุลและจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ การเปลี่ยนรูปร่างของพื้นทะเลมักเกิดขึ้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการขยับตัวของเปลือกโลก ซึ่งจะเกิดบริเวณที่ขอบของเปลือกโลกหลายแผ่นเชื่อมต่อกันที่เรียกว่า รอยเลื่อน (fault) เช่น บริเวณขอบของมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ดินถล่มใต้น้ำที่มักเกิดร่วมกับแผ่นดินไหวสามารถทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้เช่นกัน นอกจากการกระทบกระเทือนที่เกิดใต้น้ำแล้ว การที่พื้นดินขนาดใหญ่ถล่มลงทะเล หรือการตกกระทบพื้นน้ำของวัตถุ ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นได้ คลื่นสึนามิที่เกิดในรูปแบบนี้จะลดขนาดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีผลกระทบต่อชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ถ้าแผ่นดินมีขนาดใหญ่มากพอ อาจทำให้เกิด เมกะสึนามิ ซึ่งอาจมีความสูงร่วมร้อยเมตรได้ ส่วนวันที่ 5 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันตระหนักรู้ภัยสึนามิโลก หรือ World Tsunami Awareness Day โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ มีที่มาจากเรื่องสั้นของญี่ปุ่นที่โด่งดังเรื่อง อินามูระ โน ฮิ หรือไฟมัดข้าว เล่าวีรกรรมของ ฮามากูจิ ที่จุดไฟเผาข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาเพื่อเป็นดวงไฟสัญญาณเตือนให้ชาวบ้านคนอื่นๆ หนีขึ้นไปอยู่บนที่สูงจนรอดชีวิตจากสึนามิที่ถล่มหมู่บ้านในเวลาต่อมา สึนามิครั้งที่รุนแรงที่สุดของโลกคือเหตุการณ์ในชิลีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1960 ที่เกิดขึ้นหลังจากแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ซึ่งนับเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุด และส่งผลให้เกิดสึนามิในชิลี ฮาวาย ญี่ปุ่น ซาโมอา และนิวซีแลนด์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,700 คน ดังนั้น สหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 5 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันแห่งความตระหนักรู้ว่าด้วยคลื่นยักษ์สึนามิโลกเพื่ออุทิศแก่การเสริมความตระหนักรู้ว่าด้วยอันตรายของคลื่นยักษ์สึนามิ ข้อมตินี้ยื่นโดยญี่ปุ่นและมีชาติที่ร่วมเสนอข้อมติกว่า 140 ชาติ ซึ่งรวมถึงชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาใต้ซึ่งเสี่ยงต่อภัยคลื่นยักษ์สึนามิ โดยข้อมติชี้ว่าหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาใหม่ของสหประชาชาติคือการลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และเน้นความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือ เช่น การติดตั้งระบบเตือนภัยแต่เนิ่นๆนั่นเอง https://www.dailynews.co.th/article/805045
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
|
#2
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์
เตือนระวังแมงกะพรุนถ้วยขณะลงเล่นน้ำชายหาดแหลมสิงห์-ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จันทบุรี - เตือน! ประชาชนระวังแมงกะพรุนขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดใน อ.แหลมสิงห์ และ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังพบแมงกะพรุนถ้วยนับล้านตัวเริ่มเข้าหากินริมชายฝั่ง หวั่นอาจมีแมงกะพรุนมีพิษปะปน ![]() จากกรณีที่มีการพบแมงกะพรุนถ้วยจำนวนมาก ลอยหากินใกล้ชายฝั่งบ้านบางกะไชย อ.แหลมสิงห์ และ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ซึ่งครั้งล่าสุด แมงกะพรุนถ้วยหลากสีจำนวนมากนับล้านตัวเหล่านี้ ได้เคยลอยตามกระแสน้ำเข้ามาในพื้นที่ชายหาดบ้านจ้าวหลาว ต.คลองขุด อ.นายายอาม และบ้านอ่าวหมู ต.คลองปลาดุก อ.แหลมสิงห์ เมื่อหลายปีก่อน และมักจะเป็นเช่นนี้ประจำในช่วงปลายฝนต้นหนาว และเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงแมงกะพรุนจำนวนมากที่ลอยตามน้ำจะกลับลงทะเลไม่ทัน ทำให้แมงกะพรุนจำนวนมากนอนตายเกลื่อนชายหาด และการที่แมงกะพรุนจำนวนมากเข้ามาหากินใกล้ชายฝั่ง ถือเป็นสิ่งบ่งชี้ของวงจรชีวิตทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ในทะเล โดยเฉพาะพวกแพลงก์ตอน ลูกปลา ลูกกุ้ง อาหารของแมงกะพรุนที่อุดมสมบูรณ์ในเขตพื้นที่น้ำตื้นนั้น ![]() วันนี้ (5 พ.ย.) หน่วยงานท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ จ.จันทบุรี ได้แจ้งเตือนประชาชน ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังแมงกะพรุนขณะลงเล่นน้ำบริเวณชายหาด เนื่องจากแมงกะพรุนมีพิษ และอาจส่งผลต่อผิวหนังซึ่งผู้ที่มีอาการแพ้แมงกะพรุนอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีอาการแพ้แมงกะพรุนบางรายอาจถึงขั้นหมดสติหากสัมผัสถูกตัวแมงกะพรุน ส่วนสาเหตุที่ทำให้แมงกะพรุนถ้วยมีสีสันต่างๆ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ และในเขตน้ำตื้นแบบชายฝั่งจะมีเพียงสีขาวและลายจุด หากเป็นน้ำลึกจะมีสีน้ำเงินและสีชมพูสวยงาม นอกจากนี้ แมงกะพรุนที่ปะปนมากับแมงกะพรุนถ้วยอีกชนิดหนึ่ง คือ แมงกะพรุนไฟ ซึ่งจะมีตัวสีน้ำตาล และอาจเป็นอันตรายเมื่อถูกร่างกายทำให้ปวดแสบปวดร้อน คันที่ผิวหนัง บางรายถ้าแพ้ฤทธิ์แมงกะพรุนไฟอาจถึงขั้นหมดสติได้ https://mgronline.com/local/detail/9630000114825 ********************************************************************************************************************************************************* อุทาหรณ์! หนูน้อยทำหมวกตกน้ำพบปลาตะกละกลืนลงท้อง โชคดีหมอช่วยชีวิตนำออกได้ทัน ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ เตือนหากไปให้อาหารปลาควรระมัดระวัง อย่าทำอะไรตกน้ำ เพราะสิ่งแปลกปลอมต่างๆ สามารถฆ่าสัตว์น้ำได้ หลังมีเด็กทำหมวกตกน้ำและปลาได้กลืนลงท้อง และหมอสามารถช่วยชีวิตนำหมวกออกจากท้องปลาได้ทัน พร้อมชื่นชมแม่เด็กที่แจ้งทีมช่วยเหลือ เพราะห่วงชีวิตปลา ![]() วันนี้ (5 พ.ย.) เฟซบุ๊ก "Nantarika Chansue" หรือ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์ภาพ เผยเรื่องราวหลังได้รับร้องเรียนให้ช่วยเหลือปลาตัวหนึ่ง ซึ่งกลืนหมวกของเด็กลงท้อง หลังจากเด็กน้อยทำหมวกตกน้ำไป ทำให้คุณแม่ของน้องเป็นห่วงปลามาก โดยระบุรายละเอียดว่า "เรื่องที่ต้องเล่าสู่กันฟัง เมื่อหนูน้อยทำหมวกหล่นลงไปในบ่อปลา เมื่อ 4 วันก่อน ที่วัด แล้วเจ้าปลาตะกละตัวนี้ก็กลืนลงไป ทีมของศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ ได้รับการติดต่อจากคุณแม่ของน้อง ซึ่งเป็นห่วงปลามาก เราจึงเข้าไปทำการนำหมวกออกมาได้สำเร็จ ปลอดภัยทั้งปลาและหมวก ฝากให้ช่วยระวังเวลาไปดูบ่อปลาบ่อเต่า อย่าให้มีของหล่นลงไปนะคะ มันจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ฆ่าสัตว์ได้ และขอบคุณคุณแม่ท่ีมีความรับผิดชอบต่อชีวิตปลา ขอบคุณทางวัดท่ีให้ความร่วมมือช่วยเหลืออย่างดี และขอบคุณทีมงานที่เปลี่ยนตารางชีวิตเพื่อมาช่วยชีวิตปลาตัวนี้ และขอบคุณภาพจากคุณหมอฟ้า" https://mgronline.com/onlinesection/.../9630000114724 ********************************************************************************************************************************************************* แม่เต่ากระนิรนามขึ้นวางไข่! ที่ปลายอ่าวเทียน สะท้อนชายฝั่งทะเลไทยสงบและปลอดภัย เต่ากระขึ้นวางไข่บริเวณระหว่างปลายอ่าวเทียนและอ่าวในหุบของเกาะทะลุ พื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มันวางไข่จำนวน 178 ฟอง นับเป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทยมีความอุดมสมบูรณ์ และสงบเพียงพอที่ทำให้แม่เต่ามั่นใจ ![]() พิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของแม่เต่ากระ พบแม่เต่ากระ (ไม่ทราบชื่อ เนื่องจากสแกนไม่พบไมโครชิพ) ขึ้นวางไข่บริเวณระหว่างปลายอ่าวเทียนและอ่าวในหุบของเกาะทะลุ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 178 ฟอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม(เตรียมการ) เจ้าหน้าที่ฯ ได้ดำเนินการวัดขนาดของแม่เต่าตัวดังกล่าว มีความกว้าง 79 ซม. ความยาว 73 ซม. ระยะทางจากรอยขึ้นถึงชายน้ำประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องติดตามดาวเทียม (GPS Track) บนกระดอง พร้อมทั้งฝังไมโครชิพหมายเลข 933076400530527 และยังร่วมกันเคลื่อนย้ายไข่เต่าให้พ้นจากบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงไปยังจุดอนุบาลฯ วัด ความลึกหลุม 45 ซม. ความกว้างของหลุม 21 ซม. และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เฝ้าระวังและเก็บข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง เต่ากระ หรือ เต่าปากเหยี่ยว มีลักษณะคล้ายเต่าตนุ เป็นเต่าทะเลขนาดกลาง มีลำตัวไม่ใหญ่มากนัก จะงอยปากแหลมงองุ้มคล้ายกับจะงอยปากของนกเหยี่ยว มีเกล็ดบริเวณหัวด้านหน้า 2 คู่ และเกล็ดบริเวณด้านข้างข้างละ 4 เกล็ด ลักษณะของกระดองมีลวดลายและสีสันสวยงาม ขอบกระดองเป็นหยักโดยรอบ ซึ่งในอดีตมักจะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับและข้าวของต่าง ๆ เช่น หวี เมื่อโตเต็มที่ จะมีขนาดความยาวประมาณ 100 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม เต่ากระพบกระจายพันธุ์ในเขตอบอุ่นในมหาสมุทรทั่วโลก มักอาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งที่สงบเงียบไม่มีการรบกวน จากการศึกษาพบว่า เต่ากระกินทั้งได้พืชและสัตว์ โดยใช้ปากที่งองุ้มนี้กินทั้งสาหร่ายทะเล, หญ้าทะเล รวมทั้งสัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ รวมถึงปะการังด้วย วางไข่บนชายหาดครั้งละ 150-250 ฟอง เต่ากระจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และจัดเป็น 1 ใน 4 ชนิดของเต่าทะเลที่พบได้ในน่านน้ำไทย https://mgronline.com/greeninnovatio.../9630000114888
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
|
#3
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด
จระเข้ตัวเขื่องโผล่ทะเล เจอรุมจับลากเข้าหาด ประมงปินส์คึกคะนอง จระเข้ตัวเขื่องโผล่ทะเล - ไวรัลเพรส รายงานคลิปชาวบ้านฟิลิปปินส์รุมจับจระเข้น้ำเค็มตัวเขื่อง ที่ริมชายหาด อย่างครึกครื้น และยังไปขี่หลังถ่ายรูปอย่างคึกคะนอง ก่อนจับจระเข้ยักษ์ขึ้นรถไปสำนักงานท่องเที่ยวในท้องถิ่น จระเข้ความยาวประมาณ 5.5 เมตร โผล่ขึ้นมาจากทะเล ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยใกล้ชายหาดเมืองซิมูนูล จังหวัดทะวี-ทะวี พากันหวาดกลัว กลุ่มชาวประมงจึงนำเรือออกไปล่าจระเข้ขึ้นบก อัดซาร์ อับดุลมูห์มิน ชาวบ้านที่อาศัยในละแวกนั้น กล่าวว่าจระเข้น้ำเค็มเชื่องช้าและไม่ค่อยกระดิกตัวเวลาที่ผู้คนวิ่งหนี ดูเหมือนจระเข้ตัวนี้ไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่นัก แต่ขนาดตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาจนทำให้รู้สึกกลัว เมื่อชาวประมงจับจระเข้ยักษ์ได้ ชาวบ้านเข้ามามุงดูด้วยความหวาดกลัว แต่ชาวประมงกลับขำขันกัน ขณะใช้เรือและพายกันไม่ให้จระเข้หนีลงทะเล ด้วยเกรงว่า หากมันหนีไปอาจกลับมาวนเวียนอยู่ใกล้หมู่บ้านอาจจะทำร้ายคนได้ ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรีบมาที่ชายหาดพร้อมด้วยเชือกยาวและไม้เพื่อมัดมันไว้โดยมีชาวประมงคอยช่วยและมัดเชือกไว้รอบตัวจระเข้ไม่ให้ดิ้นหลุด แต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มากทำให้ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง จากนั้น พวกผู้ชายยกจระเข้ขึ้นรถเพื่อนำไปที่สำนักงานท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูร่างกายจระเข้ รูเบ็น บัลคอร์ซา เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการลดความเสี่ยงภัยพิบัติท้องถิ่นกล่าวว่าจระเข้ต้องถูกย้ายออกจากที่อาศัยในทะเลเพราะเกรงว่าจะทำอันตรายชาวบ้าน https://www.khaosod.co.th/hot-clips/news_5261845
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
|
#4
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก PPTV
สาวเจอ "ปลานกแก้ว" วางขายตลาดราไวย์ ชาวเน็ต จวก ทำลายระบบนิเวศน์ สาวโพสต์รูปเจอปลานกแก้ว วางตลาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ชาวเน็ต แห่วิจารณ์ ทำลายระบบนิเวศทางทะเล วอนไม่รับประทาน เพื่อรณรงค์ ![]() เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ในกลุ่ม "รีวิวภูเก็ต - กลุ่มปรึกษา แชร์ประสบการณ์ ทริปเที่ยว ที่พัก เดินทาง ภูเก็ต" เผยภาพให้เห็นปลานกแก้วจำนวนหลายตัว ถูกจับมาวางขายในตลาดราไวย์ จ.ภูเก็ต โดยระบุข้อความว่า "ไปตลาดราไวย์มา เจอร้านขายปลานกแก้ว คนขายแนะนำดิบดีกินเป็นซาชิมิอร่อยมาก" สาวเจอ "ปลานกแก้ว" วางขายตลาดราไวย์ ชาวเน็ต จวก ทำลายระบบนิเวศน์ โดยต่อมามีชาวเน็ตที่เป็นสมาชิกกลุ่มดังกล่าว เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ว่า การจับปลานกดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากจะทำลายระบบนิเวศแนวปะการังในทะเล และยังผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นโต้แย้งว่า "ปลานกเเก้วที่เค้าห้ามจับคือพวกเรือประมงอวนลากครับบ เพราะปลานกแก้วมันอยู่ตามเเนวเขตปะการัง ถ้าเรือลำไหนได้ปลานกแก้วมาคือไปลากอวนเเถวเเนวเขตปะการังนอกจากจะ #ทำลายปะการัง เเล้ว ปลานกแก้วที่ติดอวนมาก็ติดมาทุกไซต์เล็กใหญ่ติดมาหมด เขาเลยห้ามจับครับ ส่วนที่ชาวบ้านจับ เเบบประมงพื้นบ้าน สามารถจับได้คับ เเต่ต้องไซต์เกินขนาดที่กฎหมายกำหนด ชาวบ้านส่วนใหญ่จับโดยการยิงฉมวก ตกเบ็ด เเละวางลอบคับ สามารถจับเเละขายได้ ถ้าไม่เล็กไปกว่ากฎหมายกำหนด #อย่าดราม่า กันเยอะครับ #ไม่ได้โลกสวยด้วย" สำหรับ ปลานกแก้ว หรือ Parrotfish เป็นปลาทะเลขนาดกลางชนิดหนึ่ง มีเกล็ดขนาดใหญ่ จะงอยมีปากยืดหดได้ ปากคล้ายนกแก้ว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อปลานกแก้ว มีรูปร่างลักษณะและสีสันสวยงาม จึงมีผู้นิยมจับมาดูเล่นและนำมาเป็นอาหาร ทำให้ประชากรปลานกแก้วลดลง ส่งผลกระทบระบบนิเวศโดยรวมของทะเล และทำให้ทะลเบริเวณนั้น เสียสมดุลไปอย่างมาก ปะการังตายมากขึ้น ฟื้นตัวช้า และเมื่อเกิดการฟอกสีเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็จะฟื้นตัวยากหรือตายไปอย่างถาวร ทั้งนี้ ปลานกแก้ว มักอาศัยอยู่ตามแนวประการัง เพื่อหาอาหาร โดยพื้นที่แนวปะการังทั่วประเทศไทย ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ปะการังหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการเดินเรือน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 พระราชบัญญัติให้อำนาจทหารเรือปราบปรามการกระทำผิดบางอย่างทางทะเล พ.ศ. 2490 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 2 พ.ศ.2545 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก 3 ฉบับ ซึ่งกฎหมายบางฉบับเกี่ยวข้องโดยตรงและบางฉบับเกี่ยวข้องในทางอ้อม https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/136206
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
![]() |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
| เรียบเรียงคำตอบ | |
|
|