เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 13-11-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


นโยบายคสช.ทำ 'เศรษฐกิจสีน้ำเงิน' น่วม เครือข่ายภาคปชช.นานาชาติจัดเวที 'ศาลประชาชน' หาทางออก ...................... โดย จรัสรวี ไชยธรรม

ผลกระทบนโยบายรัฐบาลคสช. ทำให้สิทธิชุมชนการประกอบอาชีพทางทะเล ?เศรษฐกิจสีน้ำเงิน? น่วม เครือข่ายระดับนานาชาติร่วมจัดเวี 'ศาลประชาชน' รวมนักวิชาการทั่วโลกพูดคุยถกประเด็นความเหลื่อมล้ำ และแนวทางแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เครือข่ายประมงพื้นบ้านโลก (The World Forum of Fisher Peoples), มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Foundation), และองค์กรพัฒนาเอกชนประเทศอินเดีย (Sneha India) จัดเวทีเสวนาศาลประชาชน ผลกระทบของนโยบายเศรษฐกิจสีน้ำเงินในประเทศไทย โดยมี นักเคลื่อนไหวนานาชาติ, นักวิชาการ และแกนนำชุมชน ร่วมพูดคุยปัญหาและทางออกจากผลกระทบการประกอบอาชีพทางทะเล (เศรษฐกิจสีน้ำเงิน) ในประเทศไทย ที่ ห้องประชุมร้านอาหารเฒ่าทะเล ชายทะเลบ้านอ่าวอุดุม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี


การประกอบอาชีพทางทะเล "เศรษฐกิจสีน้ำเงิน" // ขอบคุณภาพจาก: Sustainable Development Foundation

สมบูรณ์ คำแหง แกนนำนักปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จ.สตูล เปิดเผยว่า 10 ปีกับการเคลื่อนไหวของชุมชนอ่าวปากบารา จ.สตูล ใช้ชื่อ "สมัชชาคนสตูล" ร่วมกันจัดการทรัพยากรธรรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการทรัพยากรประมง, การจัดการสัตว์น้ำในเชิงคุณภาพ, การออกแบบการท่องเที่ยวชุมชน ? ภาครัฐ และ การจัดการผลผลิต เครื่องกลจับสัตว์น้ำ ? อาหารปลอดสารพิษ อีกทั้งพื้นที่ถูกประกาศจากองค์กร UNESCO จ.สตูลเป็นแหล่งทาง ?อุทยานธรณีสตูล? ทำให้โครงการพัฒนาท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม ถูกชะลอโครงการ นอกจากนั้นโครงการดังกล่าวสังเกตกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพในสิ่งแวดล้อม ESA มีความไม่ชอบธรรม

"สมัชชาคนสตูล คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมเนื่องจากมีความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติหวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพยายามที่จะสื่อสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ไม่ควรให้มีโครงการขนาดใหญ่เนื่องจาก อ่าวปากบาราเป็นพื้นที่ต้นทุนของชุมชนที่สำคัญในด้านการประมง และการท่องเที่ยว" สมบูรณ์ กล่าว

"ยุคสมัยรัฐบาล คสช. การเรียกร้องสิทธิชุมชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้พี่น้องนักเคลื่อนไหวจ.สตูล ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 9 ราย ปัจจุบันกำลังดำเนินคดีซึ่งรวมเป็นเวลา 6 ปีแล้วเห็นได้ชัดว่าการออกปกป้องสิทธิชุมชนในประเทศไทย ในยุครัฐบาล คสช. มีความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งชุมชนพร้อมใจยอมรับชะตากรรมตรงนี้" เขาทิ้งท้าย

ปิยะดา เด็นเก คณะกรรมการสมาพันธ์สตรีชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ ตัวแทนสตรีชุมชนอ่าวปากบารา กล่าวว่า ชุมชนอ่าวปากบาราและชุมชนใกล้เคียง ร่วมทำงานวิจัยเรื่องการประมงและ การท่องเที่ยว ในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา และเกาะเขาใหญ่ เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมยืนยันว่าการโครงการพัฒนาอุตสาหกรรม กับ การท่องเที่ยว และอาชีพการประมงในจ.สตูล ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน และบริบทในพื้นที่

"พื้นที่อ่าวปากบาราเป็นพื้นที่หลายชุมชนใช้ทรัพยากรร่วมกัน จึงเกิดความร่วมมือในการทำวิจัยการท่องเที่ยว และการประมง ศึกษางานตามเวทีต่างๆ พวกเราพร้อมให้กำลังใจนักเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิชุมชนด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี" ปิยะดา กล่าว

สุนทรี เซ่งกิ่ง เครือข่ายผู้หญิง หรือ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน อธิบายว่าเรื่องการเมืองและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง จากผลการศึกษาพบว่ารัฐบาลยุค คสช. มีความเร่งรัดในกฎหมายพิเศษ โครงการพัฒนาขนาดใหญ่การนิคมอุตสาหกรรม (EEC) และการสร้างท่าเรือ สะท้อนให้เห็นว่าเราต้องต่อสู้ทางการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง นโยบายมีผลสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ในเรื่องของการจัดการทรัพยากร การแย่งชิง พื้นที่ในการทำการประมง

"ปัญหาที่ต้องแก้ไขในเรื่องบทบาทของผู้หญิงสัดส่วนของกลไก คณะกรรมการระดับจังหวัด รวมถึงระดับชาติ ในการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน เรื่องการทำประมงซึ่งผู้หญิงไม่สามารถขึ้นทะเบียน ได้เนื่องจากกฎหมายยังไม่ยอมรับ อีกทั้งมาตราการในรัฐธรรมนูญปี 40 จนถึงปัจจุบัน ในมาตรา 27 กล่าวถึง การเลือกปฎิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล แต่มาตรการที่รัฐกำหนดให้การส่งเสริมพิเศษสำหรับผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฎิบัตินั้น ควรให้มีการทบทวนการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในมิติกฎหมาย" สุนทรี กล่าว

"บทบาทของผู้หญิงควรถูกพูดเพิ่มมากขึ้น มาตราการระดับสังคม และความตระหนักในหน่วยงานรัฐ บทบาทผู้ชาย ผู้หญิง ในการมีส่วนร่วมชาวประมง การยอมให้ขึ้นทะเบียนอาชีพประมง การแปรรูป และการค้า" เธอทิ้งท้าย


https://greennews.agency/?p=22133

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 13-11-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


พบทะเลสาบโบราณขนาดมหึมา ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำแข็งเกาะกรีนแลนด์ คาดอายุเก่าแก่นับล้านปี


ภาวะโลกร้อนทำให้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์ละลายเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจ
ที่มาของภาพ,NASA / MICHAEL STUDINGER


นักธรณีฟิสิกส์ค้นพบร่องรอยของทะเลสาบโบราณขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมเกาะกรีนแลนด์เกือบ 2 กิโลเมตร โดยคาดว่าน่าจะมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่หลายแสนปีไปจนถึงระดับหลายล้านปีก็เป็นได้

รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Earth and Planetary Science Letters ระบุว่า ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ มีขนาดกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 7,100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับพื้นที่จังหวัดสงขลาของไทย หรือรัฐโรดไอแลนด์และรัฐเดลาแวร์ของสหรัฐฯ รวมกัน


กรีนแลนด์จะเป็นอย่างไรถ้าไร้น้ำแข็ง?

บีบีซีกลับไปที่ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงหลังผ่านไป 15 ปี
เจอทะเลสาบใต้ผืนน้ำแข็งเพิ่มอีกหลายแห่งที่ขั้วใต้ดาวอังคาร แม้ในปัจจุบันทะเลสาบดังกล่าวจะไม่มีน้ำขังอยู่ แต่ยังคงเหลือร่องรอยชั้นหินที่เป็นแอ่งทะเลสาบ โดยจุดที่มีความลึกมากที่สุดอยู่ที่ 250 เมตร ทั้งยังมีตะกอนปริมาณมากที่ส่วนก้นซึ่งสะสมตัวหนาถึง 1.2 กิโลเมตร

คาดว่าในอดีตทะเลสาบแห่งนี้สามารถจุน้ำได้ถึง 580 ลูกบาศก์กิโลเมตร โดยน้ำปริมาณมหาศาลไหลมาจากธารน้ำแข็งที่ละลายตัวกลายเป็นลำธาร 18 สาย ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยปรากฏอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบในทุกวันนี้


ธารน้ำแข็งฮัมโบลต์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ ใกล้กับบริเวณที่พบทะเลสาบโบราณ
ที่มาของภาพ,GETTY IMAGES


ทีมนักธรณีฟิสิกส์ในโครงการ Operation Icebridge ขององค์การนาซา เป็นผู้ค้นพบร่องรอยของทะเลสาบโบราณขนาดใหญ่ หลังจากใช้อุปกรณ์เรดาร์ที่ทันสมัยสำรวจจากทางอากาศ โดยได้ตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศด้านล่าง รวมทั้งค่าแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กใต้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์

ดร. กาย แพ็กซ์แมน นักวิจัยระดับหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐฯ สันนิษฐานว่า ทะเลสาบโบราณดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคที่ภูมิภาคแห่งนี้มีสภาพอากาศอบอุ่นและไม่มีน้ำแข็งปกคลุม โดยแอ่งทะเลสาบก่อตัวหลังรอยเลื่อนโบราณของแผ่นเปลือกโลกถูกดึงแยกออกจากกัน


ฝูงสุนัขลากเลื่อนไปบนแผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลายจนมีน้ำท่วมนอง

"ร่องรอยทางธรณีวิทยาที่เหลืออยู่ของทะเลสาบโบราณแห่งนี้คือคลังข้อมูลสำคัญ ที่เก็บรักษาเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอดีต ซึ่งจะช่วยกำหนดทิศทางในอนาคต สำหรับการปกป้องผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์จากภาวะโลกร้อนได้" ดร. แพ็กซ์แมนกล่าว

อย่างไรก็ดี การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลข้างต้น รวมทั้งเพื่อทราบอายุที่แน่นอนของทะเลสาบ จะต้องใช้การขุดเจาะผืนน้ำแข็งลงไปเก็บตัวอย่างชั้นหินและตะกอนก้นทะเลสาบขึ้นมาวิเคราะห์ ซึ่งนักวิจัยของสหรัฐฯ จะเริ่มการขุดเจาะภายใต้โครงการ GreenDrill ในปีหน้า


https://www.bbc.com/thai/features-54916810

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:09


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2025, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger