เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 06-05-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


คลิปฉลามหูดำอ่าวมาหยา 21 วิ ว่ายผ่าน 3 ตัว หลังทะเลสงบ



กระบี่ 5 พ.ค.-โควิด-19 ทำทะเลสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวรบกวน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เผยคลิปฉลามหูดำ ว่ายผ่านกล้อง 3 ตัว ภายใน 21 วินาที

วันนี้ Facebook Thon Thamrongnawasawat ของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แชร์คลิปภาพจาก อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี คลิปนี้ ซึ่งเก็บภาพใต้น้ำบริเวณ ใกล้กับเกาะไม้ไผ่ ในหมู่เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ จะเห็นว่ามีฉลามหูดำ ว่ายผ่านกล้องไปถึง 3 ตัว ติดกันภายในเวลา 21 วินาที อ.ธรณ์ได้บอกไว้ในสเตตัสว่า "#3ฉลามใน 21 วินาที นี่คืออีกหลักฐานที่เราเห็นมาตลอด 3-4 สัปดาห์ ที่มนุษย์หยุดไปทะเล

เมื่อทีมงานคับข่าวฯ ไปดูใน facebook ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ได้โพสต์คลิป ตามแนวชายหาดของอ่าวมาหยา ซึ่งปรากฏได้พบฝูงฉลามหูดำ ประมาณ 100 ตัว เข้ามาแหวกว่ายเพื่อหากินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก และถือเป็นความสำเร็จในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมตามชายฝั่ง

เหตุการณ์ฉลามครีมดำรวมฝูงหากิน เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศวิทยาใต้ทะเลบริเวณดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีมาตรการเข้มงวดในปิดอ่าวมาประมาณ 3 ปีแล้ว



สำหรับฉลามหูดำสามารถพบได้ทั่วไปตามแถบชายฝั่งที่มีกระแสน้ำอุ่นทั่วโลก จึงมักพบมันอยู่ใกล้กับผู้คน เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวประมาณ 2-2.45 เมตร น้ำหนัก 30-100 กิโลกรัม เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อยแนวป่าชายเลน แนวปะการัง และชายฝั่งน้ำตื้นบริเวณปากแม่น้ำในช่วงฤดูร้อน มีนิสัยไม่ดุร้ายเท่าฉลามชนิดอื่น อยู่รวมกันเป็นฝูงบริเวณใกล้ชายฝั่ง มีนิสัยเชื่องคน สามารถว่ายเข้ามาขออาหารได้จากมือ เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ที่นิยมการดำน้ำ พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พวกนิยมการบริโภคแบบเปิดพิศดารมักจับฉลามชนิดนี้ไปทำอาหาร ปัจจุบันฉลามครีบดำถูกล่าเพื่อกินและจับเป็นเพื่อเลี้ยงมากขึ้นในประเทศไทย และยังมีแนวโน้มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อยู่ระหว่างการผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง.


https://www.mcot.net/viewtna/5eb1835ce3f8e40af44440ab

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 06-05-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ประชากรโลก 3 พันล้านคนอาจต้องพลัดถิ่นฐาน อพยพหนีอากาศร้อนเหมือนทะเลทรายในอีกครึ่งศตวรรษข้างหน้า



หากมนุษย์ยังไม่อาจตัดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่บนผืนแผ่นดินเกือบ 20% ของโลกภายในปี 2070 ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรราว 3 พันล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของมนุษย์ทั้งหมด ต้องตกอยู่ในสภาพอากาศร้อนระอุเหมือนทะเลทรายซาฮารา

คำพยากรณ์ข้างต้นมาจากผลการศึกษาด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ ซึ่งจัดทำโดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากจีน สหรัฐฯ รวมทั้งหลายชาติในยุโรป และเพิ่งลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา

มีการนำข้อมูลประวัติศาสตร์และข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลังไป 6,000 ปีมาวิเคราะห์ จนพบว่ามนุษยชาติสามารถดำรงชีวิตและประสบความสำเร็จในการสร้างอารยธรรมได้ดีในสิ่งแวดล้อมหลากหลายรูปแบบ แต่ในปัจจัยเรื่องอุณหภูมิแล้ว ดูเหมือนว่าสภาพอากาศที่มนุษย์จะดำรงชีวิตได้ดีที่สุดนั้น จะต้องมีอุณหภูมิเฉลี่ยของทั้งปีอยู่ในช่วง 11-15 องศาเซลเซียส หรือที่เรียกว่า "ภูมิอากาศจำเพาะของมนุษย์" (human climate niche)

ผลคำนวณที่นำเอาข้อจำกัดทางอุณหภูมิดังกล่าวมาพิจารณาด้วยระบุว่า ภาวะโลกร้อนที่ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการยับยั้ง หรือที่เรียกว่าสภาพการณ์ RCP8.5 จะทำให้หลายภูมิภาคของโลกสูญเสียภูมิอากาศจำเพาะของมนุษย์ไป ภายในช่วงครึ่งศตวรรษหรือ 50 ปีข้างหน้า เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดสภาพอากาศแบบเดียวกับทะเลทรายซาฮารา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งของโลกที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของทั้งปีสูงกว่า 29 องศาเซลเซียส


ภัยแล้งและอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในออสเตรเลีย

สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างสุดขั้ว จะทำให้เกิดทุพภิกขภัยและมีผู้เสียชีวิตเพราะคลื่นความร้อนจำนวนมาก จนในที่สุดมนุษย์อาจต้องอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ เพื่อไปยังภูมิภาคที่อุณหภูมิยังคงเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตมากกว่า ซึ่งเหมือนกับที่งานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร Environmental Research Letters ได้ทำนายไว้เมื่อปีที่แล้วว่า มนุษย์อาจต้องอพยพไปตั้งถิ่นฐานกันที่ไซบีเรีย ภายในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 21 นี้

แผนที่คาดการณ์สภาพอากาศในอนาคตที่ทีมวิจัยสร้างขึ้นชี้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของบราซิลจะไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับบางส่วนของตะวันออกกลางและอินเดียซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยอากาศร้อนสุดขั้วเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาทางตอนใต้ บางส่วนของยุโรปในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน บางส่วนของออสเตรเลียก็จะได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกัน

แผนที่คาดการณ์สภาพอากาศดังกล่าวชี้ว่า บรรดาประเทศในแถบใกล้เส้นศูนย์สูตรซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้มากที่สุด ส่วนประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านนั้น คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นมาก จนอาจจะเกิดการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ของประชากรจำนวนมหาศาล


https://www.bbc.com/thai/international-52548543

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:15


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2025, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger