![]() |
|
|
|
#1
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย
คลิปฉลามหูดำอ่าวมาหยา 21 วิ ว่ายผ่าน 3 ตัว หลังทะเลสงบ ![]() กระบี่ 5 พ.ค.-โควิด-19 ทำทะเลสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวรบกวน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เผยคลิปฉลามหูดำ ว่ายผ่านกล้อง 3 ตัว ภายใน 21 วินาที วันนี้ Facebook Thon Thamrongnawasawat ของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แชร์คลิปภาพจาก อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี คลิปนี้ ซึ่งเก็บภาพใต้น้ำบริเวณ ใกล้กับเกาะไม้ไผ่ ในหมู่เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ จะเห็นว่ามีฉลามหูดำ ว่ายผ่านกล้องไปถึง 3 ตัว ติดกันภายในเวลา 21 วินาที อ.ธรณ์ได้บอกไว้ในสเตตัสว่า "#3ฉลามใน 21 วินาที นี่คืออีกหลักฐานที่เราเห็นมาตลอด 3-4 สัปดาห์ ที่มนุษย์หยุดไปทะเล เมื่อทีมงานคับข่าวฯ ไปดูใน facebook ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ได้โพสต์คลิป ตามแนวชายหาดของอ่าวมาหยา ซึ่งปรากฏได้พบฝูงฉลามหูดำ ประมาณ 100 ตัว เข้ามาแหวกว่ายเพื่อหากินลูกปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก และถือเป็นความสำเร็จในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมตามชายฝั่ง เหตุการณ์ฉลามครีมดำรวมฝูงหากิน เป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศวิทยาใต้ทะเลบริเวณดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีมาตรการเข้มงวดในปิดอ่าวมาประมาณ 3 ปีแล้ว ![]() สำหรับฉลามหูดำสามารถพบได้ทั่วไปตามแถบชายฝั่งที่มีกระแสน้ำอุ่นทั่วโลก จึงมักพบมันอยู่ใกล้กับผู้คน เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวประมาณ 2-2.45 เมตร น้ำหนัก 30-100 กิโลกรัม เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อยแนวป่าชายเลน แนวปะการัง และชายฝั่งน้ำตื้นบริเวณปากแม่น้ำในช่วงฤดูร้อน มีนิสัยไม่ดุร้ายเท่าฉลามชนิดอื่น อยู่รวมกันเป็นฝูงบริเวณใกล้ชายฝั่ง มีนิสัยเชื่องคน สามารถว่ายเข้ามาขออาหารได้จากมือ เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ที่นิยมการดำน้ำ พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พวกนิยมการบริโภคแบบเปิดพิศดารมักจับฉลามชนิดนี้ไปทำอาหาร ปัจจุบันฉลามครีบดำถูกล่าเพื่อกินและจับเป็นเพื่อเลี้ยงมากขึ้นในประเทศไทย และยังมีแนวโน้มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อยู่ระหว่างการผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง. https://www.mcot.net/viewtna/5eb1835ce3f8e40af44440ab
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
|
#2
|
||||
|
||||
|
ขอบคุณข่าวจาก BBCThai
ประชากรโลก 3 พันล้านคนอาจต้องพลัดถิ่นฐาน อพยพหนีอากาศร้อนเหมือนทะเลทรายในอีกครึ่งศตวรรษข้างหน้า ![]() หากมนุษย์ยังไม่อาจตัดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่บนผืนแผ่นดินเกือบ 20% ของโลกภายในปี 2070 ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรราว 3 พันล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของมนุษย์ทั้งหมด ต้องตกอยู่ในสภาพอากาศร้อนระอุเหมือนทะเลทรายซาฮารา คำพยากรณ์ข้างต้นมาจากผลการศึกษาด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ ซึ่งจัดทำโดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากจีน สหรัฐฯ รวมทั้งหลายชาติในยุโรป และเพิ่งลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการนำข้อมูลประวัติศาสตร์และข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลังไป 6,000 ปีมาวิเคราะห์ จนพบว่ามนุษยชาติสามารถดำรงชีวิตและประสบความสำเร็จในการสร้างอารยธรรมได้ดีในสิ่งแวดล้อมหลากหลายรูปแบบ แต่ในปัจจัยเรื่องอุณหภูมิแล้ว ดูเหมือนว่าสภาพอากาศที่มนุษย์จะดำรงชีวิตได้ดีที่สุดนั้น จะต้องมีอุณหภูมิเฉลี่ยของทั้งปีอยู่ในช่วง 11-15 องศาเซลเซียส หรือที่เรียกว่า "ภูมิอากาศจำเพาะของมนุษย์" (human climate niche) ผลคำนวณที่นำเอาข้อจำกัดทางอุณหภูมิดังกล่าวมาพิจารณาด้วยระบุว่า ภาวะโลกร้อนที่ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการยับยั้ง หรือที่เรียกว่าสภาพการณ์ RCP8.5 จะทำให้หลายภูมิภาคของโลกสูญเสียภูมิอากาศจำเพาะของมนุษย์ไป ภายในช่วงครึ่งศตวรรษหรือ 50 ปีข้างหน้า เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดสภาพอากาศแบบเดียวกับทะเลทรายซาฮารา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งของโลกที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของทั้งปีสูงกว่า 29 องศาเซลเซียส ![]() ภัยแล้งและอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในออสเตรเลีย สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างสุดขั้ว จะทำให้เกิดทุพภิกขภัยและมีผู้เสียชีวิตเพราะคลื่นความร้อนจำนวนมาก จนในที่สุดมนุษย์อาจต้องอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ เพื่อไปยังภูมิภาคที่อุณหภูมิยังคงเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตมากกว่า ซึ่งเหมือนกับที่งานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร Environmental Research Letters ได้ทำนายไว้เมื่อปีที่แล้วว่า มนุษย์อาจต้องอพยพไปตั้งถิ่นฐานกันที่ไซบีเรีย ภายในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 21 นี้ แผนที่คาดการณ์สภาพอากาศในอนาคตที่ทีมวิจัยสร้างขึ้นชี้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของบราซิลจะไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับบางส่วนของตะวันออกกลางและอินเดียซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยอากาศร้อนสุดขั้วเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาทางตอนใต้ บางส่วนของยุโรปในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน บางส่วนของออสเตรเลียก็จะได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกัน แผนที่คาดการณ์สภาพอากาศดังกล่าวชี้ว่า บรรดาประเทศในแถบใกล้เส้นศูนย์สูตรซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้มากที่สุด ส่วนประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านนั้น คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นมาก จนอาจจะเกิดการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ของประชากรจำนวนมหาศาล https://www.bbc.com/thai/international-52548543
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า .... |
![]() |
|
|