เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 20-01-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


กลไก "ลดคาร์บอน" ไร้น้ำยา อุณหภูมิโลกพุ่งต่อเนื่อง



ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มความถี่และความรุนแรงขึ้นทั่วโลก สาเหตุจากภาวะโลกร้อนเป็นความท้าทายสำคัญของโลก ส่งผลให้ประชาคมโลกให้ความสนใจและร่วมกันหาทางออก

โดยตามเป้าหมายของความตกลงปารีส ปี 2015 หรือกรอบอนุสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน กำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมกันรักษาการเพิ่มของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไว้ที่ระดับไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส จากช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม อัลจาซีรารายงานผลสำรวจภูมิอากาศ ประจำปี 2019 ของกรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปิดเผยเมื่อ 15 ม.ค. 2020 พบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเมื่อปี 2019 สูงกว่าอุณหภูมิช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมถึง 1.15 องศาเซลเซียส และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับงานวิจัยจากหลายสำนักซึ่งคาดการณ์ว่า อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 4 องศาเซลเซียสจากช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมภายในปี 2100

ทั้งนี้ทั่วโลกดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนด้วยวิธีการ "กำหนดราคาคาร์บอน" (carbon pricing) เพื่อกำหนดต้นทุนสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมี 2 วิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่
1.การเก็บภาษีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ "ภาษีคาร์บอน" และ
2.จัดตั้งตลาดซื้อขายใบอนุญาตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ "ตลาดคาร์บอนเครดิต"

การเก็บภาษีคาร์บอนเป็นวิธีการที่ดำเนินการง่าย แต่ก็เป็นวิธีการที่มีผลกระทบธุรกิจ ทำให้หลายประเทศยังไม่สามารถเก็บภาษีในอัตราที่เพียงพอต่อการรักษาระดับอุณหภูมิโลก

ซีเอ็นบีซีรายงานอ้างอิงงานวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ปัจจุบันมีกว่า 40 ประเทศ จัดเก็บภาษีคาร์บอนเฉลี่ย 2 ดอลลาร์สหรัฐ/ตันเท่านั้น ซึ่งยังห่างกับอัตราภาษีที่ไอเอ็มเอฟประเมินว่าเป็นอัตราที่จำเป็นสำหรับการรักษาอุณหภูมิโลกตามข้อตกลงปารีสคือที่ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน แต่หากรัฐบาลเก็บภาษีอัตราที่ไอเอ็มเอฟเสนอคาดว่าจะส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มครัวเรือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 75% และราคาน้ำมันเบนซินอาจเพิ่มขึ้น 5-15% ตามโครงสร้างของแต่ละประเทศ ดังนั้นการเก็บภาษีคาร์บอนเพิ่มจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดการต่อต้านรัฐบาล เช่น ขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส เป็นต้น

ขณะที่การจัดตั้ง "ตลาดคาร์บอน" อาจเกิดแรงเสียดทานต่อรัฐบาลน้อยกว่า แต่กระบวนการจัดตั้งตลาดดังกล่าวของแต่ละประเทศก็มีขั้นตอนและกฎเกณฑ์จำนวนมาก โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า การจัดตั้งตลาดคาร์บอนเครดิตของจีน ประเทศที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วน 27% ของโลก ต้องล่าช้าถึง 3 ปี เนื่องจากติดขัดเรื่องกฎเกณฑ์ โดยทางจีนเลื่อนกำหนดการเปิดตัวตลาดจากปี 2017 เป็นปี 2020 นอกจากนี้มาตรฐานของตลาดคาร์บอนเครดิตในแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพตลาด และในการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 25 เมื่อ ธ.ค. 2019 ประเทศสมาชิกไม่สามารถตกลงเรื่องมาตรฐานร่วมของตลาดคาร์บอนเครดิตได้

ตลาดคาร์บอนเครดิตถือเป็นวิธีการที่อิงกับกลไกตลาด ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเท่ากับการเก็บภาษีคาร์บอน นอกจากนี้การกำหนดโควตาการปล่อยคาร์บอน ที่พิจารณาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก็เป็นการเพิ่มแรงจูงใจอีกทาง

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งตลาดคาร์บอนเครดิตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งกินเวลานานและอาจไม่ทันกับธรรมชาติที่กำลังเสื่อมโทรมลงทุกวัน


https://www.prachachat.net/world-news/news-412119

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ


กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:46


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2025, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger